บันทึกการรับรองจาก ฮิปพอคราทีส (Hippocrates) ซึ่งเป็นแพทย์ ที่ได้ชื่อว่าเป็น “บิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก” และบันทึกจากแพทย์กรีกและโรมันอื่น ๆ ในสมัยโบราณ พบว่า ลูกซัด ( Fenugreek ) หรือ อ่านออกเสียงว่า ฟีนูกรีก หรือ เฟนูกรีก เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่เก่าแก่ที่สุด  ซึ่งแพทย์โบราณได้ผสมเมล็ดด้วยน้ำแล้วทำเป็นขี้ผึ้งในการรักษาบาดแผลภายนอกเช่น ฝี  หรือแผลภายในเช่น แผลในกระเพาะอาหาร และโรคลำไส้อักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ สมุนไพรลูกซัด ก็ยังใช้เพื่อรักษาไข้และโรคทางเดินหายใจ รวมทั้งช่วยในการเร่งให้คลอดบุตร หรือให้คลอดบุตรง่าย แต่ไม่เหมาะกับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในช่วงแรก ผู้หญิงชาวอินเดียส่วนมากกิน เมล็ดลูกซัด หรือใช้ ลูกซัด เป็นส่วนผสมในอาหาร เพื่อเพิ่มการผลิตน้ำนม ลูกซัด ได้ถูกจัดเป็นยาพื้นบ้านมาแต่โบราณของชาวยุโรปและถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในช่วง ศตวรรษที่ 19 โดยนิยมนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพิ่มน้ำนมใน มารดาที่ต้องให้นมบุตร

 

ทั้งนี้ ลูกซัด ยังเป็นส่วนประกอบหลักใน “ยาประสระน้ำนม/ยาขับน้ำนม[1] (Galactogogues) เป็นโอสถที่มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นและช่วยบำรุงการผลิตน้ำนมในแม่ เพื่อให้มีปริมาณน้ำนมมากพอสำหรับบุตรหลังคลอด ซึ่งในผลเชิงเภสัชวิทยาพบว่าจะมีผลต่อการกระตุ้น ตัวรับโดพามีน[2] (dopamine receptor) ซึ่งจากผลการทดสอบพบการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนโปรแลคติน (prolactin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ผลิตออกมาจากสมองส่วนหน้า มีหน้าที่กระตุ้นต่อมน้ำนมให้สร้างน้ำนมเพื่อเลี้ยงบุตร ดังนั้นเมื่อระดับฮอร์โมนโปรแลคตินสูงขึ้น ก็จะเพิ่มอัตราการผลิตน้ำนมในแม่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังมีเอกสารการบันทึกทางวิชาการพบว่า ลูกซัด มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยความปลอดภัย ในมารดาและเด็กทารก

 

[1] ยาประสระน้ำนม ตาม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ระบุว่าคือ ยาบำรุงแม่ลูกอ่อนให้มีน้ำนมมาก.

[2] ตัวรับโดพามีน(dopamine receptor) ที่เป็นโปรตีนซึ่งอยู่บนเยื่อหุ้มเซลล์ ตัวรับโดพามีนทุกชนิดจัดอยู่ในกลุ่มตัวรับที่จับอยู่กับโปรตีนจี (G-protein-coupled receptor)

[3] เมโตคลอปราไมด์(Metoclopramide)  ยากลุ่มนี้ใช้แก้อาการ คลื่นไส้ อาเจียน เมารถเมาเรือ